[DGM fic] Red Lily - รัตติกาลที่ ๓๙

posted on 16 Jun 2008 20:54 by fortunedice  in Fiction

บอกว่าจะลงที่บอร์ดแท้ๆ น้า~ TwT เน็ตเดี้ยง เข้าบอร์ดตัวเองไม่ได้ M ก็ออนไม่ติด ไรฟะ!
ลงที่บล็อกก็ได้ฟระ~
แต่งจบแล้ว แต่ยังไม่ลงทั้งหมดนะ จะค่อยๆ ทยอยลงเรื่อยๆ~
ใครไม่ได้อ่านของเก่าก็หาอ่านได้ในบอร์ด
หากไม่รู้ว่าบอร์ดไหนก็จงไม่รู้ต่อไป *Me*(โดนตื้บ)* ...แต่ให้หาเอาเองจริงๆ เหอๆ
บอร์ดเราไม่โฆษณา ไม่เชิญชวน ไม่แปะลิ้งค์ให้คนนอกเห็น ต้องให้คนในเชิญมาเอง ~

ป.ล. สมาชิกบอร์ดคนไหนเข้ามาบล็อกนี้ฝากแปะที่บอร์ดด้วยว่าเราย้ายบล็อกมาบล็อกนี้แล้ว


Title : Red Lily
Pairing : Lavi x Yu, Tyki x Allen
Fandom : D.Gray-Man
Rate : ...ถึงตอนที่ผ่านๆ มามันจะไม่ใส... แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่



รัตติกาลที่ ๓๙

   “ผู้ชายคนนี้ใครกันคะ?” ชิโอริถามคั่นจังหวะเลิฟซีน
   ถั่วงอกอ้าปากจะพูดอธิบาย แต่ทิกี้ชิงพูดตัดหน้า “ฉันเป็นเจ้าของหมอนี่” พูดเสียงเหมือนใจเย็น แต่จริงๆ อยากฆ่าทิ้งไปเลย แต่ติดตรงที่ไม่อยากถูกอเลนโกรธนี่สิ
   “เจ้าของ......” สาวเจ้าอึ้งไป 20วิฯ แล้วหันมามองถั่วงอกอย่างข้องใจ
   ไม่ต้องห่วงว่าคันดะกับราวี่จะถูกลูกหลงแล้ว ถั่วงอกก็กล้าขึ้นมาอีกหน่อยที่จะสารภาพความจริง “...ทิกี้... เป็นคนรักของผมครับ” อเลนเตรียมพร้อมว่าระเบิดจะลง แต่สาวเจ้ายังตาแป๋วเหมือนไม่ได้ยินเรื่องเมื่อกี้

   ฝ่ายที่โมโหกลับเป็นคนรักตัวจริงซะนี่!
   ไม่ทุกข์ ไม่ร้อนเกินไปแล้วนะยัยชู้ทางใจ!!!

   “ผู้ชายขี้หึงนี่ดูไม่เลยนะคะ” นั่น.. หูทวนลมแล้วยังตอกกลับยั่วคุณพี่โนอาอีก
   “หวา~ ทิกี้ใจเย็นๆ ครับ” อเลนพยายามปรามไม่ให้ระเบิดลง แต่รู้สึกว่าคนถูกห้ามจะยิ่งร้อน ฆ่าทิ้งเลยดีกว่ามั้งยัยนี่ “ขอเวลานอกเดี๋ยวครับ!!!” จะคุยกับชิโอริเอง เขาไม่อยากให้ชิโอริตายแล้วก็ไม่อยากให้ทิกี้ฆ่าใครด้วย

   ทิกี้ลมพิษหึงขึ้นหวงถั่วงอกเป็นเด็กหวงของเล่น แต่ก็จำยอมให้ถั่วงอกไปคุยกับชิโอริ
   หวังว่าคุยเสร็จแล้วเรื่องมันจะจบสวยน่ะ... ทนไม่เชือดเด็กนั่นไม่ไหว!!!


   “...ไม่คิดจะต่อว่าอะไรผมหน่อยหรือครับ?” เรื่องคู่หมั้นมันเกิดจากความเข้าใจผิด แต่เขาก็รู้สึกผิดอยู่ที่ไม่เคลียร์ให้รู้เรื่องตั้งแต่ต้น
   “ยุคนี้ 3P มันปกติแล้วค่ะ” เฮ่ย... ถั่วงอกหน้าคะมำล้มกลิ้งสามตลบ! ที่ไม่โกรธเพราะคิดอย่างนี้เรอะ!!
   “......ผม.. ต้องขอโทษชิโอริด้วยนะครับ แต่ว่าคนที่ผมรักน่ะมีแค่ทิกี้คนเดียวเท่านั้น”
   “เข้าใจแล้วล่ะค่ะ” เห็นโนอานั่นทำท่าหวงอเลนแบบนั้นแล้วอยากแหย่แค่นั้นเอง ที่จริงเธอก็ไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากนะ แต่คู่นี้แหย่แล้วสนุกดี... ถามว่าเสียใจรึเปล่า ก็เสียใจนะ แต่อเลนเล่นพูดออกมาเองว่ารักหมอนั่น เธอยอมถอยก็ได้ ...ถ้าเจ้าโนอานั่นรักอเลนฝ่ายเดียวไม่ยอมปล่อยแน่ แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้


   ทางฝ่ายเค้าทน์พันปีก็ยังกลุ้มใจไม่หายกับพวกเด็กๆ ที่เห็นเจ้าลูกแมวส้มเป็นคนสำคัญไปซะได้
   คนอื่นน่ะไม่เท่าไหร่... แต่โร้ดก็เป็นไปด้วยสิ...
   กลุ้มใจ~!!! เขายิ่งขัดใจโร้ดไม่ค่อยได้อยู่!!
   ...ปล่อยตามยถากรรมล่ะกัน อะไรจะเกิดก็ไม่รู้แล้ว...
  เค้านท์พันปีหนีความจริงโดยการเกษียนตัวเองชั่วคราว~


   หอกลองกินุสสำแดงพลังเต็มที่ไม่ได้ แต่พลังของลูกแมวส้มก็ยังเหลือเฟือที่จะต่อสู้กับอาคุมะสาว หลายต่อหลายครั้งที่เอเธลเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ก็ยังพยายามที่จะเรียกสติของเท็นกะกลับคืนมา... ยิ่งทีคันดะและราวี่ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองมากขึ้นที่พอไม่มีอาวุธก็ทำอะไรไม่ได้เลย แต่ถึงตอนนี้พวกเขามีอาวุธอยู่ในมือก็คงไม่สามารถใช้มันกับลูกชายเพียงคนเดียวได้

   ปีกของผีเสื้อฉีกขาดรุ่งริ่ง
   ปากแผลมีเลือดหลั่งรินไม่หยุด... แต่จะยอมแพ้แค่นี้ไม่ได้...

   คันดะกับราวี่ทนดูไม่ไหวแล้วจึงวิ่งเข้าไปแทรกตรงกลางระหว่างที่คู่ทั้งสองจะปะทะกัน
   เอเธลและเท็นกะชะงักไป... แต่เอเธลตั้งตัวได้เร็วกว่า และเห็นว่าเท็นกะเปิดช่องว่างแล้ว
   ถ้าพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง... ก็คงต้องใช้กำลังกันบ้าง......
   ผีเสื้อสาวใช้โอกาสนี้บินทะยานไปข้างหน้า แล้วกางกรงเล็บออกโดยมีเป้าหมายโจมตีอยู่ที่เท็นกะ

   “อึ่ก!...” คนที่โดนเข้าไปเต็มๆ กลับไม่ใช่เท็นกะ
   “ราวี่!!!” คันดะก็ตกใจไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าราวี่จะเข้าไปขวางไว้อย่างนั้น
   “...ทำไมกันคะ?” เอเธลถาม...
   “...ฉันมันเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง... แต่นานๆที.. ก็ขอทำเพื่อเท็นกะบ้างสิ” แผลที่โดนไม่ได้ลึกถึงตาย แต่ก็เจ็บใช่เล่น

   ตอนนี้แหละมีโอกาสแล้ว
   ฆ่าซะสิ!... ระหว่างที่เจ้าอาคุมะตนนี้มัวแต่สนใจราวี่!
   เท็นกะรู้สึกว่ามือและขาของตนหนักอึ้ง...
   ของง่ายๆ ก็แค่ฆ่าเจ้าผีเสื้อตัวก่อกวนนี่ แล้วต่อไปก็ปิดฉากด้วยอดีตเอ็กโซซิสท์ทั้งสองคน

   “พอเถอะ...” มือของใครคนหนึ่งจับด้ามของหอกลองกินุสเอาไว้
   “......?” คนๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอีกตัวตนหนึ่งของเขาเอง ...ที่นี่คือโลกในจินตภาพสินะ “โร้ด คาเมล็อต!! นี่เป็นฝีมือเธอใช่มั้ย?!!!” เท็นกะตะโกนหาคนที่ลากเขาเข้ามาในอีกมิติหนึ่ง แต่ไร้วี่แวว
   “เลิกต่อสู้ได้แล้ว” เท็นกะอีกคนพูดขึ้น
   “เพราะเจ้านั่นบาดเจ็บรึไงถึงได้ลุกขึ้นมาพูดอย่างนี้น่ะ”
   “ถึงไม่อยากยอมรับแต่เจ้านั่นก็เป็นพ่อของฉัน... อีกอย่างตอนนี้... แม่กำลังร้องไห้”

   ความฝัน...
   คือภาพสะท้อนถึงบางสิ่งในยามตื่น

   “ถึงตอนนี้ฉันไม่คิดเรื่องเอ็กโซซิสท์ โนอา เค้าท์พันปี หรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสงครามแล้วล่ะ แค่ไม่อยากจะให้แม่ร้องไห้เท่านั้นเอง ฉันอยากจะอยู่อย่างสงบกับแม่... อ้อ แถมเจ้าราวี่อีกคนก็ได้” ราวี่รู้เข้าคงดีใจจนกระอักเลือดตาย โดนลูกเห็นเป็นของแถม!
   “อ่อนหัด! อยู่โลกมนุษย์ก็เลยซึมซับความคิดโง่ๆ ของมนุษย์มารึไงกัน”

   ‘แต่สำหรับ ‘เท็นกะ’ ความทรงจำนั้นเป็นของจริงนี่คะ’

   “ก็คงจะอยู่นานไปจนติดเชื้อโง่มาแล้วล่ะมั้ง” ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน ความทรงจำตั้งแต่ตอนที่เกิดมาบนโลกนี้จนกระทั่งถึงตอนนี้... “...กลับไปสักครั้งเถอะนะ” และถ้าเป็นไปได้ก็อย่ากลับมาอีกเลย
   เท็นกะในโลกมิติฝันกอดอีกร่างของตนเอาไว้ พร้อมๆ กับค่อยๆ ดึงหอกลองกินุสออกจากมือนั้น ...ร่างของเท็นกะภาคแบล็คฮาร์ทค่อยๆ เลือนหายไป ทั้งๆ ที่ยังไม่อยากกลับไป แต่พลังของความผูกพันนั้นเหนือกว่าความชิงชัง “จะไม่จบแค่นี้หรอกนะ สักวันฉันจะกลับมาอีก”

   “...ขอบคุณนะครับพี่โร้ด” เท็นกะเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่กลายร่างเป็นลูกแมวสีส้ม คาบหอกลองกินุสเดินไปยังจุดที่แสงสว่างส่องประกายมากที่สุดในมิตินี้

   “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันก็แค่ถ่วงเวลาไว้แค่นั้น” อย่างที่บอกนั่นแหละ สงครามระหว่างเอ็กโซซิสท์กับโนอาไม่มีวันจบง่ายๆ พวกเธอก็แค่ต้องการเวลาเตรียมใจที่มากกว่านี้ ...และเมื่อวันนั้นมาถึง ...เธอจะไม่ใจอ่อนอย่างนี้อีกแล้ว


   “...........” เท็นกะยังยืนนิ่งเงียบอยู่ คันดะเห็นว่าแผลของราวี่ไม่ได้หนักหนามากก็คลายกังวลลง
   “เท็นกะ... เด็กดีของแม่... กลับมาเถอะนะ......” คันดะกอดร่างของลูกชายไว้ พยายามส่งเสียงเรียก อาจจะได้ผลหรือไม่ได้ผล แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ บางทีเท็นกะอาจจะได้ยินเสียงของเขาก็ได้
   “.........ผมกลับมาแล้วฮะแม่” เท็นกะเห็นรอยยิ้มของแม่ก็ดีใจ... เขาทำให้แม่ต้องลำบากมาหลายเรื่องสินะ
   “ยินดีต้อนรับกลับนะเท็นกะ” คันดะไม่ดุว่าใดๆ ลูกชายทั้งสิ้น แม้ว่าบางเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้มีคนต้องสังเวยชีวิตมากมาย แค่เท็นกะกลับมาเขาก็ดีใจแล้ว แม้ว่าจะผิดต่อคนอื่นเขาก็ไม่สน
   “ไม่ทักพ่อบ้างเหรอเท็นกะ” ราวี่พยายามเรียกร้องความสนใจ ...เลือดยังไหลจ๊อกๆ อยู่เลย สนใจกันบ้างสิ

   เอเธลยิ้มเมื่อเห็นว่าพ่อแม่ลูกได้อยู่ด้วยกันแล้ว
   อนาคตยังอีกยาวไกล จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้างในตอนนี้ยังไม่มีทางรู้ได้
   แค่หวังเอาไว้ว่าความสงบสุขจะยืนยาว
   เป็นคำอธิษฐานที่ไม่มากเกินไปใช่ไหม...

   “ฉันกลับไปหาท่านทิกี้กับท่านอเลนก่อนนะคะ พวกท่านก็ระวังตัวด้วยนะคะ” การต่อสู้ของเธอกับเท็นกะจบแล้ว แต่สงครามระหว่างเอ็กโซซิสท์กับพวกของเค้านท์พันปียังไม่จบ เอ้อระเหยลอยชายไปไม่ดีแน่
   “เอเธล... ขอบคุณมากนะ...” คันดะพูดก่อนที่เอเธลจะไป
   “ฉันเองก็เหมือนกัน ขอบคุณมากนะ” ราวี่ก้มหัวให้อาคุมะสาว
   “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ... ฉันไปแล้วนะคะ” เอเธลกางปีกแล้วบินขึ้นฟ้าไป

   บินไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้นก็รู้สึกเหนื่อยจนต้องลงมานั่งพักกลางทาง

   “แย่จัง... ตาเริ่มพร่าซะแล้วสิ......” คงจะกลับไปไม่ได้ซะแล้วสิ นอกจากบาดแผลภายนอกที่สาหัสแล้วยังมีพลังของลองกินุสที่เธอดูดกลืนเข้าไปอีก พลังนั้นไม่ใช่พลังที่อาคุมะจะสามารถรับไว้ได้ ที่ฝืนจนถึงตอนนี้ได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว ...อาคุมะอย่างเธอหายไปแค่ตัวเดียว ยังดีกว่าให้เมืองของมนุษย์หายไปอีกหลายเมืองล่ะนะ

   ถ้าเธอไม่อยู่...
   ท่านทิกี้กับท่านอเลนจะทำงานบ้านกันเองไหวมั้ยนะ
   แล้วถ้าคนอื่นทำอาหารให้ทานจะถูกปากกันรึเปล่า

   คำว่า ‘รัก’ ก็ยังไม่เคยได้พูดเลย...
   แต่คราวนี้เธอตั้งใจว่าจะไม่พูดเอง... ให้เป็นความลับที่ตายไปกับตัวก็ดีแล้ว
   ไม่อยากให้เจ้านายทั้งสองคนต้องลำบากใจ...

   “ท่านอเลนคะ... ฉันรักท่านค่ะ...” เอเธลยิ้มกับตัว อย่างน้อยถ้าไม่ใช่ต่อหน้าทั้งสองคนนั้นเธอก็พูดได้ล่ะน่ะ... “......ทีสต์?!” โกเลมผีเสื้อตัวหนึ่งบินเข้ามาหาเอเธล “มาอยู่เป็นเพื่อนฉันเหรอ? ...ฉันไม่เหงาหรอกนะ สิ่งที่ต้องทำก็ทำไปหมดแล้วด้วย”

   ตอนจบของเจ้าหญิงเงือกน้อยคือการทิ้งร่างลงทะเลและสลายกลายเป็นฟอง

   ส่วนตอนจบของผีเสื้อที่มาจากความมืดคือการสลายกลายเป็นฝุ่นผง
   แต่อย่างน้อยธอรู้สึกเป็นสุข แม้ในยามที่ต้องจากโลกนี้ไป...

   “ถ้าเราตายไปจะได้เจอพ่อกับแม่รึเปล่านะ ...ดูแลตัวเองให้ดีๆ ด้วยนะคะ ท่านอเลน ท่านทิกี้” เอเธลอวยพรให้ทั้งสองคนก่อนจะลาลับก่อนได้พบหน้า ...ภาพความทรงจำมากมายแล่นผ่านเข้ามา... อาจจะไม่ใช่ความทรงจำที่มีแต่ความสุข แต่ทุกเรื่องก็เป็นสิ่งสำคัญ

   --- ...ลาก่อนค่ะท่านทิกี้ ท่านอเลน... ---


   “อเลน มีอะไรเหรอ? เป็นอะไรถึงร้องไห้น่ะ” ชิโอริตกใจที่จู่ๆ น้ำตาอเลนก็ไหล
   “ไม่รู้สิครับ จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเอง” เหมือนเป็นลางสังหรณ์บางอย่าง ว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับเขาได้หายไป
   “เอเธล......” ทิกี้รับข่าวสารจากโกเลมของตน
   อเลนที่เข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อตั้งแต่ทิกี้เอ่ยชื่อมา “...อย่างงั้นหรือครับ”

   ทิกี้กับอเลนซึมไป...
   เมื่อนึกวันคืนที่อยู่ร่วมกับอาคุมะตนนั้น...
   เหมือนเธอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

   ชิโอริที่ไม่เคยมีความผูกพันอะไรกับเอเธลรู้สึกว่าปล่อยทั้งสองคนไว้ตามลำพังจะดีกว่า “ฉันกลับศาสนจักระนะอเลน”
   “ครับ...” อเลนไม่ค่อยมีกะใจจะตอบเท่าไหร่


- TBC -


เวลาที่ทำใจยากที่สุดในการแต่งฟิกคือการฆ่าตัวละครที่ปั้นมากับมือนี่แหละนะ
แถมยังเป็นตัวละครที่ชอบมากอีก
แต่ก็คิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะให้เอเธลตาย~
จะได้กลั่นแกล้งงอกน้อยกะทิกี้สนุกมือขึ้น เฮ้ย ไม่ใช่ล่ะ! เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อเรื่องต่างหาก
คาดว่าคนที่ตามอ่านเรื่องนี้มีหลายคนบ่นว่า >> ทำไมไม่ให้ชิโอริตายแทนฟะ! << เหอๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สงสารเอเธล ไม่อยากให้ตายเลย
แหม น้องงอกของเราเสน่ห์แรงนะเนี่ย มีแต่คนมาหลงรัก ไม่อยากให้สงครามระหว่างท่านเคาท์กับเอ็กโซซิสท์เกิดขึ้นเลย
รออ่านตอนต่อไปนะค่า

#1 By orihime (124.121.139.101) on 2008-06-16 21:35

อ่านไปประทับใจตรง >> ทำไมไม่ให้ชิโอริตายแทนฟะ! << ....

นั้นสิ!! เสี้ยนหนาม กี้เลน!!

แต่ดีใจที่สุดที่ลูกแมวกลับมาหาอ้อมอกป๊ะป๋ามะม๊าจนได้..

#2 By kresiana -Love Yu ukE- on 2008-06-17 02:20